เงินประกันการทำงาน นายจ้างเก็บได้แค่ไหน? สรุปกฎหมายเรื่องหลักประกันและการหักเงินเดือน

โดย ทีมงาน HomeHQ · เผยแพร่ 21 ตุลาคม 2569

นายจ้างเรียกเงินประกันการทำงานจากลูกจ้างได้เฉพาะบางงาน เก็บได้ไม่เกินเท่าไร หักจากเงินเดือนได้ครั้งละกี่เปอร์เซ็นต์ และต้องคืนภายในกี่วันเมื่อลาออก สรุปจาก พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 10 และ 76

หลายธุรกิจเรียก "เงินประกันการทำงาน" หรือ "เงินค้ำประกัน" จากพนักงานใหม่ โดยเฉพาะงานที่ต้องดูแลเงินหรือสินค้า แต่กฎหมายแรงงานไทยไม่ได้อนุญาตให้เรียกได้กับทุกตำแหน่ง และยังจำกัดทั้งยอดรวม วิธีหักจากเงินเดือน และกำหนดเวลาคืน บทความนี้สรุปหลักที่นายจ้างควรรู้ก่อนเก็บเงินประกันจากพนักงาน

หลักทั่วไป: ห้ามเรียก เว้นแต่งานบางประเภท

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 10 ห้ามนายจ้างเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจ้าง ไม่ว่าจะเป็นเงิน ทรัพย์สินอื่น หรือการค้ำประกันด้วยบุคคล เว้นแต่ลักษณะหรือสภาพของงานที่ลูกจ้างทำต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้าง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้างได้

ประเภทงาน มูลค่าของหลักประกัน และวิธีเก็บรักษา เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ปัจจุบันคือประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจ้าง (ออกเมื่อปี พ.ศ. 2551) ซึ่งอาจมีการแก้ไขภายหลัง

งานแบบไหนที่เรียกหลักประกันได้

ประกาศกำหนดเป็นรายการประเภทงานที่ลูกจ้างต้องรับผิดชอบเงินหรือทรัพย์สิน ตัวอย่างเช่น

รายการข้างต้นเป็นตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รายการครบถ้วน ก่อนเรียกเงินประกันจากตำแหน่งใด ควรตรวจถ้อยคำในประกาศฉบับล่าสุดกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ว่างานนั้นเข้าข่ายจริง ตำแหน่งทั่วไปอย่างพนักงานธุรการหรือพนักงานขายที่ไม่ได้ถือเงินหรือสินค้า มักไม่เข้าข่าย

เก็บได้สูงสุดเท่าไร และในรูปแบบใด

ตามประกาศดังกล่าว หลักประกันทำได้หลายรูปแบบ เช่น เงินสด ทรัพย์สินอย่างสมุดเงินฝากธนาคาร หนังสือค้ำประกันของธนาคาร และการค้ำประกันด้วยบุคคล โดยมูลค่าหลักประกันแต่ละแบบ และรวมกันทุกแบบ ต้องไม่เกิน 60 เท่าของอัตราค่าจ้างเฉลี่ยต่อวันที่ลูกจ้างได้รับ ตัวอย่างเช่น พนักงานเงินเดือน 15,000 บาท ค่าจ้างเฉลี่ยต่อวันประมาณ 500 บาท หลักประกันรวมจึงไม่ควรเกินประมาณ 30,000 บาท

ประกาศยังกำหนดวิธีเก็บรักษาหลักประกัน เช่น การนำเงินสดไปฝากธนาคาร ตัวเลขและเงื่อนไขอาจปรับเปลี่ยนได้ ควรตรวจกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานก่อนกำหนดยอดจริง

หักจากเงินเดือนได้ครั้งละเท่าไร

ถ้าไม่เก็บเป็นก้อน แต่ทยอยหักจากเงินเดือน ต้องดูมาตรา 76 ซึ่งห้ามนายจ้างหักค่าจ้าง เว้นแต่เป็นการหักตามรายการที่กฎหมายกำหนด หนึ่งในนั้นคือเงินประกันตามมาตรา 10 หรือชดใช้ค่าเสียหายที่ลูกจ้างกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง โดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง

เงื่อนไขสำคัญ:

ตัวอย่าง พนักงานเก็บเงินเงินเดือน 15,000 บาท ตกลงวางเงินประกัน 6,000 บาท หักได้งวดละไม่เกิน 1,500 บาท จึงใช้อย่างน้อย 4 งวดจึงครบ ลองคำนวณเงินเดือนสุทธิหลังหักรายการต่าง ๆ ด้วยเครื่องคำนวณเงินเดือนสุทธิ

ต้องคืนเมื่อไร

มาตรา 10 กำหนดว่าเมื่อนายจ้างเลิกจ้าง ลูกจ้างลาออก หรือสัญญาค้ำประกันสิ้นสุดลง นายจ้างต้องคืนหลักประกันพร้อมดอกเบี้ย (ถ้ามี) ภายใน 7 วัน การหักเงินประกันเพื่อชดใช้ความเสียหายต้องมีเหตุตามกฎหมายและหลักฐานรองรับ ไม่ใช่ริบได้เองเมื่อพนักงานลาออก หากคืนล่าช้า นายจ้างอาจต้องรับผิดตามกฎหมาย

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ให้ระบบเงินเดือนดูแลแทน

ฟีเจอร์เงินประกันการทำงานของ HomeHQ ปิดไว้เป็นค่าตั้งต้น เปิดได้ทีละบริษัทและเลือกเฉพาะตำแหน่งหรือแผนกที่ต้องวางเงินประกัน ระบบหักทีละงวดจนครบยอด จำกัดไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าจ้างในงวดนั้น เตือนเมื่อยอดเป้าหมายเกิน 60 เท่าของค่าจ้างเฉลี่ยต่อวัน เก็บยอดสะสมรายคน (รวมยอดยกมาจากระบบเดิม) และเมื่อบันทึกวันลาออก ระบบตั้งรายการคืนเงินประกันให้ครั้งเดียว แก้วันลาออกภายหลังก็ไม่คืนซ้ำ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย รายการประเภทงานและมูลค่าหลักประกันอาจเปลี่ยนตามประกาศกระทรวงแรงงาน โปรดตรวจสอบฉบับล่าสุดกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (สายด่วน 1546) ก่อนดำเนินการ

ลองใช้ HomeHQ ฟรี 30 วัน

ให้ HomeHQ คำนวณเงินเดือน ประกันสังคม และภาษีให้อัตโนมัติทุกเดือน พร้อมสลิปและ 50 ทวิ

เริ่มใช้ฟรี