ค่าชดเชยเลิกจ้าง ตามกฎหมายแรงงาน: ได้กี่วัน คิดอย่างไร และกรณีไหนไม่ต้องจ่าย
สรุปค่าชดเชยตามมาตรา 118 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (30 ถึง 400 วันตามอายุงาน) วิธีนับอายุงานและค่าจ้างอัตราสุดท้าย กรณียกเว้นตามมาตรา 119 สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าวันพักร้อน และภาษีของค่าชดเชย
การเลิกจ้างเป็นเรื่องที่ทั้งนายจ้างและลูกจ้างไม่อยากเจอ แต่เมื่อต้องเกิดขึ้น การจ่ายเงินให้ครบตามกฎหมายช่วยลดข้อพิพาทและรักษาชื่อเสียงของบริษัท บทความนี้สรุปเรื่องค่าชดเชยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในแบบที่ฝ่ายบุคคลนำไปใช้ได้
ถ้าต้องการตัวเลขทันที ใช้เครื่องคำนวณค่าชดเชยเลิกจ้าง ใส่วันเริ่มงาน วันทำงานวันสุดท้าย และค่าจ้าง ระบบนับอายุงานให้
ค่าชดเชยคืออะไร
ค่าชดเชยคือเงินที่นายจ้างต้องจ่ายให้ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้าง นอกเหนือจากเงินประเภทอื่นที่นายจ้างตกลงจ่ายให้ คำว่า "เลิกจ้าง" ตามกฎหมายแรงงานกว้างกว่าการไล่ออก รวมถึงการที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อและไม่จ่ายค่าจ้าง ไม่ว่าเพราะสิ้นสุดสัญญาจ้างหรือเหตุอื่น เช่น ปิดกิจการ
ลูกจ้างที่ ลาออกเอง ไม่มีสิทธิ์ได้ค่าชดเชยตามกฎหมาย
อัตราค่าชดเชยตามมาตรา 118
คิดจากค่าจ้างอัตราสุดท้ายตามอายุงาน
- ทำงานครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี — 30 วัน
- ครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี — 90 วัน
- ครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี — 180 วัน
- ครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี — 240 วัน
- ครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี — 300 วัน
- ครบ 20 ปีขึ้นไป — 400 วัน (เพิ่มโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562)
ทำงานไม่ถึง 120 วัน ไม่มีสิทธิ์ได้ค่าชดเชยตามมาตรา 118
นับอายุงานและค่าจ้างอัตราสุดท้ายอย่างไร
- อายุงาน นับตั้งแต่วันเริ่มทำงานจนถึงวันทำงานวันสุดท้าย รวมวันหยุด วันลา และระยะทดลองงาน
- ค่าจ้างอัตราสุดท้าย คือค่าจ้างสำหรับการทำงานในเวลาปกติ ณ วันที่เลิกจ้าง เช่น เงินเดือน และเงินที่จ่ายประจำเป็นค่าตอบแทนการทำงาน ไม่รวมค่าล่วงเวลา
- ลูกจ้างรายเดือน ค่าจ้างต่อวัน = เงินเดือน ÷ 30
- ลูกจ้างรายวัน ใช้ค่าจ้างรายวันอัตราสุดท้าย
- ลูกจ้างที่ได้ค่าจ้างตามผลงาน กฎหมายให้คิดจากค่าจ้างเฉลี่ยตามเกณฑ์ที่กำหนด ควรตรวจรายละเอียดเฉพาะกรณี
ตัวอย่างการคำนวณ
- เริ่มงาน 1 มีนาคม 2562 ทำงานวันสุดท้าย 31 ตุลาคม 2569 อายุงาน 7 ปี 8 เดือน อยู่ในขั้น 240 วัน เงินเดือน 25,000 บาท ค่าจ้างต่อวัน 833.33 บาท ค่าชดเชย = 25,000 ÷ 30 × 240 = 200,000 บาท
- อายุงาน 23 ปี เงินเดือน 60,000 บาท ได้ 400 วัน = 60,000 ÷ 30 × 400 = 800,000 บาท
กรณีที่ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย (มาตรา 119)
นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยถ้าเลิกจ้างเพราะลูกจ้าง
- ทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง
- จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
- ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
- ฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย และนายจ้างตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว (หนังสือเตือนมีผลไม่เกิน 1 ปี) เว้นแต่กรณีร้ายแรงที่ไม่ต้องตักเตือน
- ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกัน ไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ โดยไม่มีเหตุอันสมควร
- ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด (เว้นแต่ความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือลหุโทษ)
กฎหมายกำหนดให้นายจ้างระบุเหตุเลิกจ้างไว้ในหนังสือเลิกจ้าง ถ้าไม่ระบุ จะยกเหตุตามมาตรา 119 ขึ้นอ้างภายหลังไม่ได้
สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
สัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา ฝ่ายที่จะเลิกสัญญาต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือ เมื่อถึงหรือก่อนวันจ่ายค่าจ้างงวดใดงวดหนึ่ง เพื่อให้มีผลในวันจ่ายค่าจ้างงวดถัดไป (มาตรา 17) ถ้านายจ้างให้ออกทันที ต้องจ่าย "สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า" เท่ากับค่าจ้างที่ลูกจ้างควรได้จนถึงวันที่การเลิกจ้างมีผล และจ่ายในวันที่เลิกจ้าง (มาตรา 17/1)
ตัวอย่าง: บริษัทจ่ายเงินเดือนทุกสิ้นเดือน ให้พนักงานออกทันทีวันที่ 10 ตุลาคม การบอกกล่าวในวันนั้นจะมีผลวันจ่ายค่าจ้างงวดถัดไปข้างหน้าคือ 30 พฤศจิกายน นายจ้างจึงต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวสำหรับช่วง 11 ตุลาคม–30 พฤศจิกายน (51 วัน) สินจ้างแทนการบอกกล่าวเป็นคนละส่วนกับค่าชดเชย ลูกจ้างที่มีสิทธิ์ได้ทั้งสองอย่าง
ค่าจ้างวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังไม่ได้ใช้
เมื่อนายจ้างเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่ได้กระทำผิดตามมาตรา 119 นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ลูกจ้างยังไม่ได้ใช้ในปีนั้นตามส่วน รวมถึงวันที่สะสมไว้ตามข้อตกลง (มาตรา 67)
เงินชดเชยพิเศษ
นอกจากค่าชดเชยปกติ กฎหมายยังมีค่าชดเชยพิเศษในบางกรณี เช่น นายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการแล้วลูกจ้างไม่ประสงค์จะไปทำงานด้วย (มาตรา 120) และการเลิกจ้างเพราะปรับปรุงหน่วยงาน กระบวนการผลิต หรือนำเครื่องจักรและเทคโนโลยีมาใช้จนต้องลดจำนวนลูกจ้าง (มาตรา 121–122) ซึ่งมีเงื่อนไขการแจ้งล่วงหน้าและอัตราเพิ่มเติม ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญกฎหมายแรงงานเมื่อเข้ากรณีเหล่านี้
ค่าชดเชยต้องเสียภาษีไหม
ค่าชดเชยที่ได้รับตามกฎหมายแรงงานได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ เท่าที่ไม่เกินค่าจ้างหรือเงินเดือน 300 วันสุดท้าย และไม่เกิน 300,000 บาท ส่วนที่เกินต้องนำไปรวมคำนวณภาษี จากตัวอย่างข้างบน คนที่ได้ 800,000 บาท ยกเว้นภาษี 300,000 บาท อีก 500,000 บาทเป็นเงินได้ ซึ่งผู้ที่ทำงานมาไม่น้อยกว่า 5 ปีอาจเลือกแยกคำนวณภาษีต่างหากจากเงินได้อื่นได้ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร ส่วนสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าจ้างวันพักร้อนเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษีตามปกติ
จ่ายเมื่อไร และถ้าจ่ายช้า
ค่าชดเชยต้องจ่ายเมื่อเลิกจ้าง ถ้านายจ้างจ่ายช้า กฎหมายแรงงานกำหนดให้เสียดอกเบี้ย และถ้าจงใจไม่จ่ายโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร อาจต้องเสียเงินเพิ่มอีก ลูกจ้างยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานหรือฟ้องศาลแรงงานได้
เช็กลิสต์สำหรับฝ่ายบุคคล
- ทำหนังสือเลิกจ้างระบุวันที่และเหตุผลให้ชัดเจน
- นับอายุงานจากวันเริ่มงานจริง (รวมทดลองงาน)
- คิดค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าวันพักร้อนคงเหลือ
- แยกส่วนที่ยกเว้นภาษีและส่วนที่ต้องเสียภาษี แล้วรวมในงวดเงินเดือนสุดท้าย
- ออกหนังสือรับรองการหักภาษี (50 ทวิ) ภายใน 1 เดือนหลังพนักงานออก (อ่านเรื่อง 50 ทวิ)
- แจ้งสำนักงานประกันสังคมว่าลูกจ้างพ้นสภาพ
ให้ระบบช่วยคิด
ระบบเงินเดือนของ HomeHQ (แพ็กเกจ Business ขึ้นไป) คิดค่าชดเชยจากข้อมูลวันเริ่มงานและค่าจ้างในระบบ แยกส่วนยกเว้นภาษี ใส่สินจ้างแทนการบอกกล่าวและวันพักร้อนคงเหลือ แล้วเพิ่มเข้างวดเงินเดือนสุดท้ายได้ทันที ลองคำนวณเบื้องต้นด้วยเครื่องคำนวณค่าชดเชยฟรี
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย ข้อเท็จจริงแต่ละกรณีอาจทำให้ผลต่างไป โปรดปรึกษากรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (สายด่วน 1546) หรือนักกฎหมายแรงงาน