50 ทวิ คืออะไร? หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ออกเมื่อไร ให้ใคร และต้องมีข้อมูลอะไร
สรุปเรื่องหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) สำหรับนายจ้างและพนักงาน: ใครต้องออก ออกภายในเมื่อไร ทั้งกรณีเงินเดือนทั้งปีและพนักงานลาออกกลางปี ข้อมูลที่ต้องมี และข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ทุกต้นปีพนักงานจะเริ่มถามฝ่ายบุคคลว่า "ขอใบ 50 ทวิ ไปยื่นภาษีหน่อย" เอกสารนี้สำคัญกับทั้งพนักงานและบริษัท บทความนี้อธิบายว่า 50 ทวิ คืออะไร ใครต้องออก ออกเมื่อไร และต้องตรวจอะไรก่อนส่งให้พนักงาน
50 ทวิ คืออะไร
"50 ทวิ" คือชื่อเรียกสั้น ๆ ของ หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ผู้จ่ายเงินที่หักภาษีไว้ (เช่น นายจ้างที่หักภาษีจากเงินเดือน) ต้องออกหนังสือนี้ให้ผู้ถูกหักภาษี เพื่อยืนยันว่าจ่ายเงินได้เท่าไร และหักภาษีไว้เท่าไรแล้ว
พนักงานใช้ 50 ทวิ เป็นหลักฐานตอนยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี (ภ.ง.ด.91 สำหรับผู้มีเงินเดือนอย่างเดียว หรือ ภ.ง.ด.90) ภาษีที่ถูกหักไว้ตาม 50 ทวิ นำไปหักออกจากภาษีที่ต้องเสียได้ ถ้าหักไว้เกินก็ขอคืนได้
ใครต้องออก 50 ทวิ
ผู้ที่จ่ายเงินได้และมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ได้แก่
- นายจ้าง ที่จ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส ค่าล่วงเวลา และเงินได้ตามมาตรา 40(1) ให้พนักงาน
- ผู้จ่ายค่าบริการ ค่านายหน้า ค่าเช่า ค่าจ้างทำของ ที่หักภาษีไว้ เช่น บริษัทจ่ายค่าจ้างฟรีแลนซ์แล้วหัก 3%
บทความนี้เน้นกรณีเงินเดือน เพราะเป็นกรณีที่ฝ่ายบุคคลต้องออกให้ทุกคนทุกปี
ออกเมื่อไร
สำหรับเงินเดือนและเงินได้ตามมาตรา 40(1) ที่จ่ายทั้งปี หลักทั่วไปคือ
- พนักงานที่ยังทำงานอยู่ — ออกให้ภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ของปีถัดไป ครอบคลุมเงินได้ทั้งปีภาษีที่ผ่านมา
- พนักงานที่ลาออกระหว่างปี — ออกให้ภายใน 1 เดือนนับจากวันที่ออกจากงาน
- เงินได้ประเภทอื่น (เช่น ค่าบริการ ค่าเช่า) — โดยทั่วไปออกให้ในวันที่จ่ายเงินและหักภาษี
กำหนดเวลาข้างต้นเป็นหลักทั่วไปตามที่กรมสรรพากรอธิบายไว้ ก่อนถึงกำหนดควรตรวจประกาศล่าสุดอีกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องการออกหนังสือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
50 ทวิ ต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง
แบบฟอร์มของกรมสรรพากรมีช่องหลัก ๆ ดังนี้
- ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้จ่ายเงิน (บริษัท)
- ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ถูกหักภาษี (พนักงาน — ใช้เลขบัตรประชาชน 13 หลัก)
- ลำดับที่ในแบบที่ยื่น (เช่น ลำดับใน ภ.ง.ด.1ก)
- ประเภทเงินได้ วันเดือนปีที่จ่าย จำนวนเงินที่จ่าย และภาษีที่หักไว้
- เงินสมทบกองทุนประกันสังคม และเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่พนักงานจ่าย (พนักงานใช้กรอกลดหย่อน)
- เงื่อนไขการหักภาษี เช่น หัก ณ ที่จ่าย หรือออกภาษีให้
- ลายมือชื่อผู้มีหน้าที่หักภาษี วันที่ออกหนังสือ และตราประทับนิติบุคคล (ถ้ามี)
หนังสือมีอย่างน้อย 2 ฉบับให้พนักงาน: ฉบับที่ 1 ใช้แนบพร้อมแบบแสดงรายการภาษี และฉบับที่ 2 เก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนบริษัทเก็บสำเนาไว้ตรวจสอบ
ความสัมพันธ์กับ ภ.ง.ด.1 และ ภ.ง.ด.1ก
ตัวเลขใน 50 ทวิ ของพนักงานแต่ละคนต้องตรงกับที่บริษัทยื่น
- ภ.ง.ด.1 ยื่นทุกเดือน แสดงเงินเดือนและภาษีที่หักในเดือนนั้น
- ภ.ง.ด.1ก ยื่นปีละครั้ง สรุปเงินได้และภาษีของพนักงานแต่ละคนทั้งปี
ยอดรวมทั้งปีของ ภ.ง.ด.1 ทุกเดือน ควรเท่ากับยอดใน ภ.ง.ด.1ก และเท่ากับผลรวมของ 50 ทวิ ทุกใบ ถ้าไม่ตรงกัน พนักงานอาจถูกเรียกตรวจตอนขอคืนภาษี อ่านวิธียื่นแบบทั้งสองได้ที่คู่มือยื่น ภ.ง.ด.1 และ ภ.ง.ด.1ก
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เลขประจำตัวผู้เสียภาษีผิด — พนักงานยื่นภาษีแล้วระบบไม่พบข้อมูลที่บริษัทยื่น ควรตรวจเลขบัตรประชาชนตั้งแต่วันรับเข้าทำงาน
- ลืมรวมเงินได้บางรายการ — เช่น โบนัสที่จ่ายแยก ค่าคอมมิชชั่น หรือสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
- ไม่ใส่ยอดประกันสังคม — พนักงานไม่รู้ว่าจ่ายประกันสังคมไปเท่าไร ทำให้กรอกลดหย่อนผิด
- ออกให้พนักงานที่ลาออกช้า — คนที่ลาออกกลางปีต้องใช้ 50 ทวิ ของบริษัทเดิมรวมกับบริษัทใหม่ตอนยื่นภาษี
- พนักงานย้ายบริษัทในเครือ — ต้องออกแยกตามนิติบุคคลที่จ่ายเงินจริง ไม่ใช่รวมเป็นใบเดียว
พนักงานควรทำอะไรกับ 50 ทวิ
- ตรวจชื่อ เลขบัตร และยอดเงินให้ถูกต้อง
- เก็บไว้อย่างน้อยจนกว่ากรมสรรพากรจะคืนภาษีหรือพ้นระยะตรวจสอบ
- ถ้ามีหลายนายจ้างในปีเดียวกัน ต้องรวมเงินได้จากทุกใบตอนยื่นภาษี
- ใช้เครื่องคำนวณภาษี ประมาณว่าจะได้คืนหรือต้องจ่ายเพิ่มก่อนยื่นจริง
ออก 50 ทวิ จากระบบเงินเดือน
ถ้าบริษัทคำนวณเงินเดือนด้วย Excel การรวบรวมยอดทั้งปีของพนักงานทุกคนเพื่อออก 50 ทวิ มักใช้เวลาหลายวัน ระบบเงินเดือนของ HomeHQ เก็บยอดทุกงวดไว้แล้ว ฝ่ายบุคคลออก 50 ทวิ ของพนักงานทั้งปีได้จากเมนูเงินเดือน พิมพ์ลงแบบฟอร์มของกรมสรรพากรพร้อมตราประทับบริษัท และแยกตามบริษัทในเครือให้เมื่อพนักงานย้ายบริษัทระหว่างปี ทดลองใช้ฟรี
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางภาษี รายละเอียดและกำหนดเวลาอาจเปลี่ยนตามประกาศกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบจากเว็บไซต์กรมสรรพากรก่อนดำเนินการ