วิธีคำนวณเงินเดือนสุทธิ 2569: หักประกันสังคม ภาษี และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (พร้อมตัวอย่าง)
อธิบายทีละขั้นว่าเงินเดือนถูกหักอะไรบ้างก่อนเข้าบัญชี ทั้งประกันสังคม 5% เพดานใหม่ 17,500 บาท ภาษีหัก ณ ที่จ่ายแบบกรมสรรพากร และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พร้อมตัวอย่างเงินเดือน 30,000 และ 50,000 บาท
"เงินเดือน 30,000 แต่ทำไมเข้าบัญชีไม่ถึง 30,000" เป็นคำถามที่ฝ่ายบุคคลได้ยินทุกเดือน คำตอบคือก่อนโอนเงินเดือน นายจ้างมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องหักเงินบางรายการไว้แทนพนักงาน บทความนี้อธิบายว่าหักอะไร หักเท่าไร และคำนวณอย่างไรในปี 2569 พร้อมตัวอย่างที่ตรวจตัวเลขได้
ถ้าอยากได้คำตอบทันที ใช้เครื่องคำนวณเงินเดือนสุทธิ ได้ฟรี ตัวเลขในบทความนี้คำนวณด้วยสูตรชุดเดียวกัน
สูตรเงินเดือนสุทธิ
เงินเดือนสุทธิ = รายได้รวม − ประกันสังคม − กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ − ภาษีหัก ณ ที่จ่าย − รายการหักอื่น
- รายได้รวม คือเงินเดือนบวกรายได้อื่นของเดือนนั้น เช่น ค่าตำแหน่ง ค่าครองชีพ ค่าล่วงเวลา ค่าคอมมิชชั่น เบี้ยขยัน
- ประกันสังคม หักตามกฎหมายประกันสังคม (ลูกจ้างมาตรา 33)
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หักเฉพาะบริษัทที่มีกองทุนและพนักงานสมัครเป็นสมาชิก
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย นายจ้างหักไว้แล้วนำส่งกรมสรรพากรด้วยแบบ ภ.ง.ด.1
- รายการหักอื่น เช่น เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เงินกู้สวัสดิการ หรือเงินเบิกล่วงหน้า
ขั้นที่ 1: หักประกันสังคม
ลูกจ้างมาตรา 33 จ่ายเงินสมทบ 5% ของค่าจ้าง โดยค่าจ้างที่ใช้คิดมีขั้นต่ำและขั้นสูง ตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 ฐานค่าจ้างสูงสุดปรับจาก 15,000 บาทเป็น 17,500 บาท ฐานต่ำสุดยังเป็น 1,650 บาท
- ค่าจ้างตั้งแต่ 17,500 บาทขึ้นไป หัก 875 บาท ต่อเดือน (เดิมสูงสุด 750 บาท)
- ค่าจ้าง 12,000 บาท หัก 12,000 × 5% = 600 บาท
- เงินสมทบปัดเศษเป็นบาท 50 สตางค์ขึ้นไปปัดขึ้น
ค่าจ้างที่ใช้คิดประกันสังคมคือเงินที่จ่ายเป็นค่าตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติ เช่น เงินเดือน ค่าตำแหน่งที่จ่ายประจำ โดยทั่วไปไม่รวมค่าล่วงเวลา นายจ้างจ่ายสมทบเท่ากับลูกจ้างอีกส่วนหนึ่ง รายละเอียดอ่านต่อได้ในบทความเงินสมทบประกันสังคม 2569
ขั้นที่ 2: หักกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ถ้ามี)
สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสะสมเงินได้ 2–15% ของค่าจ้าง นายจ้างสมทบไม่น้อยกว่าส่วนของลูกจ้าง เงินสะสมส่วนของลูกจ้างนำไปลดหย่อนภาษีได้ (ไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง และเมื่อรวมกับประกันบำนาญ RMF SSF ไม่เกิน 500,000 บาท) เงินที่หักเข้ากองทุนไม่ได้หายไป แต่เป็นเงินออมของพนักงานเอง
ขั้นที่ 3: คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย
กรมสรรพากรให้นายจ้างคำนวณภาษีจากเงินเดือนโดย "คิดเป็นทั้งปีแล้วเฉลี่ยรายเดือน" ขั้นตอนคือ
- ประมาณเงินได้ทั้งปี = เงินได้ต่อเดือน × 12
- หักค่าใช้จ่าย 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
- หักลดหย่อน: ส่วนตัว 60,000 บาท ประกันสังคมทั้งปี เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และลดหย่อนอื่นที่พนักงานแจ้งไว้ (เช่น คู่สมรส บุตร บิดามารดา ประกันชีวิต)
- ได้เงินได้สุทธิ แล้วคิดภาษีตามอัตราก้าวหน้า: 150,000 บาทแรกยกเว้น ส่วน 150,001–300,000 เสีย 5% ส่วน 300,001–500,000 เสีย 10% และสูงขึ้นเป็นขั้นจนถึง 35%
- ภาษีทั้งปี ÷ 12 = ภาษีที่หักต่อเดือน
ภาษีที่ถูกหักทุกเดือนเป็นการชำระล่วงหน้า เมื่อสิ้นปีพนักงานยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 โดยใช้หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ถ้าหักไว้เกินก็ขอคืนได้ ถ้าหักไว้ขาดต้องจ่ายเพิ่ม
ตัวอย่างที่ 1: เงินเดือน 30,000 บาท
สมมติไม่มีรายได้อื่น ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และลดหย่อนเฉพาะส่วนตัวกับประกันสังคม
- ประกันสังคม: ฐาน 17,500 × 5% = 875 บาท
- เงินได้ทั้งปี 30,000 × 12 = 360,000 บาท
- หักค่าใช้จ่าย 100,000 (50% เกินเพดาน จึงหักได้ 100,000) เหลือ 260,000
- หักลดหย่อนส่วนตัว 60,000 และประกันสังคม 875 × 12 = 10,500 เหลือเงินได้สุทธิ 189,500 บาท
- ภาษีทั้งปี (189,500 − 150,000) × 5% = 1,975 บาท หารด้วย 12 = 164.58 บาท ต่อเดือน
- เงินเดือนสุทธิ 30,000 − 875 − 164.58 = 28,960.42 บาท
ตัวอย่างที่ 2: เงินเดือน 50,000 บาท สะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 5%
- ประกันสังคม 875 บาท (เกินฐานสูงสุดแล้ว)
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 50,000 × 5% = 2,500 บาท (ทั้งปี 30,000 บาท)
- เงินได้ทั้งปี 600,000 − ค่าใช้จ่าย 100,000 − ส่วนตัว 60,000 − ประกันสังคม 10,500 − กองทุน 30,000 = เงินได้สุทธิ 399,500 บาท
- ภาษี: ขั้น 5% ได้ 7,500 บาท บวกขั้น 10% คือ (399,500 − 300,000) × 10% = 9,950 บาท รวม 17,450 บาท ต่อเดือน 1,454.17 บาท
- เงินเดือนสุทธิ 50,000 − 875 − 2,500 − 1,454.17 = 45,170.83 บาท
ทำไมยอดจริงอาจไม่ตรงกับที่คำนวณ
- มีโบนัสหรือค่าคอม นายจ้างมักหักภาษีส่วนที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดในเดือนที่จ่าย เดือนนั้นจึงถูกหักภาษีมากกว่าปกติ
- รายได้แต่ละเดือนไม่เท่ากัน เช่น OT ไม่แน่นอน ระบบเงินเดือนที่ดีจะคิดจากยอดสะสมทั้งปีแล้วเฉลี่ยส่วนที่เหลือ
- ลดหย่อนที่แจ้งต่างกัน พนักงานที่ยื่นแบบ ล.ย.01 แจ้งบุตร ประกันชีวิต หรือกองทุนไว้ จะถูกหักภาษีน้อยลง
- เริ่มงานกลางปี เงินได้ทั้งปีน้อยกว่าเงินเดือน × 12 ภาษีต่อเดือนจึงต่ำกว่า
- ปีที่ใช้คิดต่างกัน ปี 2568 ฐานประกันสังคมสูงสุดยังเป็น 15,000 บาท (หักสูงสุด 750 บาท) ตัวเลขจึงต่างจากปี 2569 เล็กน้อย
สิ่งที่ฝ่ายบุคคลควรเก็บไว้ทุกเดือน
- สลิปเงินเดือนที่แสดงรายได้ รายการหัก และยอดสุทธิของพนักงานทุกคน
- ยอดประกันสังคมรายคนสำหรับยื่นแบบ สปส.1-10 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
- ยอดภาษีหัก ณ ที่จ่ายรายคนสำหรับยื่นแบบ ภ.ง.ด.1 (อ่านวิธียื่น ภ.ง.ด.1)
- ยอดสะสมทั้งปีของแต่ละคน เพื่อออก 50 ทวิ และ ภ.ง.ด.1ก ตอนสิ้นปี
ให้ระบบคำนวณแทน
ถ้ามีพนักงานหลายคน การคำนวณด้วยมือทุกเดือนเสี่ยงผิดพลาด HomeHQ มีระบบเงินเดือน ที่หักประกันสังคมตามเพดานของแต่ละเดือนอัตโนมัติ คิด OT จากการลงเวลา ออกสลิป PDF และ 50 ทวิ ส่วนการคำนวณภาษีอัตโนมัติแบบเฉลี่ยทั้งปีมีในแพ็กเกจ Enterprise ลองคำนวณเบื้องต้นด้วยเครื่องคำนวณเงินเดือนสุทธิ และเครื่องคำนวณภาษี ได้ฟรี
ข้อมูลในบทความใช้อัตราปี 2569 เพื่อการศึกษา ก่อนจ่ายเงินเดือนจริงหรือยื่นแบบ โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรและสำนักงานประกันสังคม